11/11/11 11:11

posted on 11 Nov 2011 11:11 by dawnbringerz in MyLife
มาเอาเลขสวยก่อน เดี๋ยวค่อยหาเรื่องอัพ

โตเกียววันนี้

posted on 17 Mar 2011 16:07 by dawnbringerz in MyLife
สวัสดีครับ ไม่ได้มาอัพ blog นานเลย แหะๆ
ยังมีชีวิตอยู่ดีครับ แค่ว่าส่วนใหญ่ไปเล่น Facebook กับ Twitter มากกว่า
แล้วก็อัด vlog อัพขึ้น youtube ด้วย
ใครสนใจก็ไปดูได้นะครับ (แต่มีแต่เรื่องส่วนตัวไร้สาระทั้งนั้น 555+)
 
ตอนนี้ก็ยังอยู่โตเกียวครับ
และคิดว่าก็คงไม่กลับไทยหรือหนีไปคันไซในช่วงหยุดฤดูใบไม้ผลินี้ด้วย
 
เพราะโตเกียวมันไม่ได้อันตรายถึงขนาดต้องลี้ภัยไปขนาดนั้น
เลยไม่อยากกลับไทยให้มันเสียเงินเสียเวลาอะไร
 
แต่ถ้าพูดลอยๆ ก็เหมือนจะดูเซลฟ์ไปหน่อย
มาชี้แจงเป็นข้อๆ ไปเลยดีกว่า
 
 
 
1. โรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์เกิด Meltdown ทำให้สารกัมมันตรังสีรั่วไหล
มาถึงตอนนี้คงไม่อาจปฏิเสธได้ว่ามันรั่วจริง
 
แต่
อนุภาครังสีมันหนักครับปลิวไปได้ไม่ไกลหรอกครับ
 
ดูจากแผนที่
 
 
โรงงานนิวเคลียร์มันอยู่ห่างจากโตเกียวไป 2 ร้อยกว่ากิโลเลยทีเดียว
มันก็ตกอยู่แถวๆ รอบโรงงานไปหมด แทบไม่หลุดมาทางนี้แล้วล่ะครับ
 
ดูจากที่มีคนใจดีไปวัดมาให้
 
 
วันนี้ระดับรังสีที่โตเกียวมีอยู่ที่ 0.103 micro sievert / hour
 
เทียบกับไทย...
 
 
ระนองวันนี้มีรังสีอยู่ที่ 111 nano sievert / hour
หรือ 0.111 micro sievert / hour......
 
คนอยู่ระนองรีบหนีกันซะนะครับ
รังสีที่นู่นมันแรงกว่าที่โตเกียวอีกครับ =___=
 
นอกจากนี้สำหรับคนที่บินกลับไทย
อ้างอิงจาก link นี้
ความเข้มรังสีบนนู้นอยู่ที่ประมาณ 0.238 milli rem / hour
แปลง 1 rem = 0.01 sieverts กับ 1 milli = 1000 micro
จะได้ 2.38 micro sieverts / hour
 
คนที่ขึ้นเครื่องกลับไทยก็อาบรังสีกันไปนะครับ
ขึ้นเครือง 1 ชั่วโมงเท่ากับอยู่บนพื้นเกือบๆ 1 วันเลยทีเดียว
 
เอาเป็นว่าถ้าเค้าไม่หอบแท่งเชื้อเพลิงจากเตามาทิ้งอ่าวโตเกียว
ก็คงไม่ต้องกังวลเรื่องรังสีกันนะครับ
 
 
2. แผ่นดินยังคงไหวอยู่อย่างต่อเนื่อง
อันนี้ก็ปฏิเสธไม่ได้เหมือนกัน
เพราะมันไหวอยู่แทบจะตลอดวันเลยช่วงนี้
แต่ก็เป็นอันเบาๆ แบบแทบไม่รู้สึก (ชินไปแล้วด้วยล่ะ)
 
ที่วางใจได้ก็คือ มันจะไม่เกิดแผ่นดินไหวแบบ 8.9 ริกเตอร์แบบคราวก่อนอีกแล้วล่ะ
อย่างน้อยก็ไปอีกเป็นร้อยๆ ปี
 
เพราะอะไร
 
เราต้องไปดูก่อนว่าแผ่นดินไหวญี่ปุ่นเกิดจากการดันกันของเปลือกโลก
 
 
ซึ่งมันก็กดๆ ดันๆ กันมานานแล้วล่ะ
เพียงแค่ว่าวันก่อนมันไถลไปนิดนึง
 
 
จนปล่อยพลังงานที่มันดันกันสะสมไว้นานจนเกิดเป็นแผ่นดินไหวขึ้น
ซึ่งพอมันปล่อยพลังงานนั้นออกมาครั้งใหญ่แล้ว มันก็เหลือไว้ดันกันต่อนิดเดียวครับ
เพราะฉะนั้นแผ่นดินไหวครั้งต่อไปมันจึงมีพลังงานนิดเดียว ไถลกันไปไม่มาก
ไหวเบาๆ เป็น Aftershock เล็กๆ ให้คนผวากันเฉยๆ ครับ
กว่ามันจะสะสมพลังงานมาไหวแรงๆ กันใหม่ก็ต้องรอไปอีกหลายร้อยปีเลย
 
สำหรับท่านชายทั้งหลายลองเอาไปเปรียบเทียบกับกิจกรรมเข้าจังหวะดูก็ได้ครับ
คงไม่มีใครมีแรงทำต่อแรงๆ ไปได้นานๆ หรอกครับ
^^"
 
ฉะนั้นก็ไม่ต้องเป็นห่วงว่ามันจะไหวแรงๆ แบบนั้นอีกละครับ
 
 
3. โรงงานไฟฟ้าเจ๊ง ไฟฟ้าไม่พอใช้ รถไฟไม่วิ่ง ข้าวปลาอาหารไม่มีกิน
อันนี้ก็จริงแค่บางส่วนครับ
 
อย่างแรกคือไฟฟ้า ไม่พอจริงครับ
แต่ทางโตเกียวและจังหวัดรอบข้างก็มีการผลัดกันดับไฟ
ที่เค้าเรียกกันว่า 計画停電 (keikaku teiden)
สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เวปการไฟฟ้าญี่ปุ่นตะวันออกครับ
 
ทางผมอยู่เขต Nishi Kamata โชคดีที่ไม่โดนดับไฟเลย
แต่ก็ต้องพยายามประหยัดไฟเท่าที่ทำได้เหมือนกัน
 
ถ้าเดินไปตามถนนก็จะเห็นร้านรวงต่างๆ ปิดร้าน ไม่ก็ประหยัดไฟกันถ้วนหน้า
อย่างเช่น Lawson
 
 
เขียนป้ายติดไว้ตัวใหญ่เลยว่า อยู่ในช่วงประหยัดไฟ (節電中 setsuden chuu)
ขออภัยที่ทำให้รับความไม่สะดวกสบาย แต่ก็ต้องขอความร่วมมือด้วย
ประมาณนั้น
 
เห็นดับไฟมืดๆ แบบนั้นแต่ก็ยังเปิดอยู่ตามปกตินะครับ
 
 
คนญี่ปุ่นก็เข้าใจกันดีว่าต้องช่วยกันประหยัด ไม่ได้บ่นอะไรกัน
ยังไงประโยชน์ส่วนรวมก็ต้องมาก่อนประโยชน์ส่วนตน
 
เดินไปสถานีก็มีการปิดบันไดเลื่อนด้วย
 
 
สถานีรถไฟมั่นใจคนญี่ปุ่นเกินล้านมีขาปกติดี สามารถเดินขึ้นลงบันไดได้
(แต่ลิฟต์ไม่ปิดนะครับ ยังไงก็ต้องให้คนแก่กับคนพิการขึ้น-ลง)
 
พูดถึงสถานี ตอนนี้ก็มีการจำกัดเส้นทางการวิ่งของรถไฟในหลายๆ สาย
แต่โดยส่วนมากแล้วสายสำคัญๆ ก็ยังวิ่งกันเป็นปกติอยู่ (เช่นสาย 京浜東北線 ที่ผมขึ้นทุกวันนี้)
จำนวนรถอาจจะลดไปบ้าง แต่ก็ยังเดินทางได้อยู่ แค่ต้องเผื่อเวลาออกจากบ้านเร็วขึ้นเท่านั้นเอง
แถมยังได้ขึ้นรถไฟปลากระป๋อง ได้เบียดเสียดแนบเนื้อกับหนุ่มออฟฟิสญี่ปุ่นมากกว่าเดิมอีกด้วย
(ได้ข่าวว่ามีแต่ลุงๆ 555+)
 
ส่วนร้านอาหาร โดยทั่วไปก็ยังเปิดกันตามปกติอยู่
แถมวันก่อนแอบไปเห็นในทวีตภพวันก่อนว่า มีเสียงบ่นโอดครวญจากเจ้าของร้านอาหารว่า
คนเอาแต่เก็บตัวอยู่ในบ้านกัน ไม่ยอมออกมากินร้าน ทำให้วัตถุดิบอาหารเหลือทิ้งเป็นจำนวนมาก
ดูเป็นเรื่องพิลึกสำหรับสถานกาณ์ในตอนนี้ แต่มันก็กำลังเกิดขึ้นอยู่
ใครยังอยู่ญี่ปุ่นก็ออกไปกินข้าวนอกบ้านกันบ้างละกันนะครับ
 
แล้วสำหรับร้านขายของ ที่ว่าของหมดนั้นก็ตามนั้นกันซะส่วนใหญ่ล่ะครับ
อย่างเช่น Lawson 100 หน้าอพาร์ทเมนต์ผม
 
 
ถึงกับแปะป้ายขอโทษเรื่องปิดหลอดไฟกับจำนวนสินค้าที่ไม่พอเลยทีเดียว
 
มองเข้าไปมันก็โล่งจริงๆ อ่ะนะ ทางมุมขนมปังกับวัตถุดิบ
 
 
แต่ก็มี stock ของใหม่เข้ามาเรื่อยๆ นะ
แค่ว่ามันจะเข้ามาช้าๆ น้อยๆ แล้วหมดไปอย่างรวดเร็วเท่านั้น
 
อย่างเช่นน้ำขวด
 
 
โชคดีมากที่ตอนเข้าไปถ่ายรูปมีของเข้ามาพอดี (แต่ก็เหลือนิดเดียว)
เลยคว้ามาตุนไว้ 2 ขวด (แอบเลว แย่งชาวบ้านเค้า ที่จริงก็ต้มน้ำกินอยู่แล้ว 555+)
 
 
มันก็ไม่ใช่ว่าจะเลวร้ายอะไรขนาดนั้นอ่ะครับ
คืออยู่ไปได้เหมือนปกติ มีข้าวปลากินได้ไม่อดตาย
แทบไม่ค่อยจะเปลี่ยนแปลงไปจากชีวิตประจำวันปกติเลยครับ
 
เพราะฉะนั้นคนที่อยู่ไทยก็ไม่ต้องเป็นห่วงอะไรพวกผม (และศิลปินดารานักวาดทั้งหลาย)
ที่ปลอดภัยกันอยู่โตเกียวนะครับ
 
เอาความห่วงใยส่งไปให้ผู้ประสบภัยที่อยู่ทางเหนือดีกว่า
พวกผมมีอาหารมีที่นอนอุ่นๆ แต่คนทางนั้นต้องหลบภัยห้องหิวอยู่กันอย่างหนาวเหน็บ
เสียทั้งบ้านทั้งคนรู้จัก แถมยังอยู่ใกล้เตานิวเคลียร์กว่าอีก
 
 
อาจจะแอบเลวนิดที่ผมรู้สึกโชคดีที่อยู่ห่างออกมาที่โตเกียว
แต่ผมก็เสียใจกับความเสียหายที่เกิดขึ้น และรู้สึกเสียดายที่ช่วยอะไรเค้าไม่ได้เลย
(คนที่เตือนผมเค้าก็พูดอะไรมากไม่ได้ นอกจากให้ผมไปที่ปลอดภัยในวันที่เกิดเหตุเท่านั้น)
 
เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมทำได้ก็มีแค่อยู่ต่อไป
(และช่วยแก้ความเข้าใจผิดไม่ให้ภาพประเทศนี้มันดูย่ำแย่ลงไปกว่านี้อีก ^^)
 
ก็ขอปิดท้ายด้วยเพลงนี้ละกันนะครับ
 
生きて (ikite จงมีชีวิตต่อไป)
ของ Vocaloid GUMI แต่งโดยคุณ たーPさん
เอามา cover โดยคุณ Irony ครับ
 
 
 
今日も朝は来た 涙はもう枯れ果てた
大切な人たちや いろんなものを亡くしたけど
kyou mo asa wa kita  namida wa mou kare hateta
taisetsu na hito tachi ya  ironna mono wo nakushita kedo
วันนี้รุ่งเช้าก็มาถึงเหมือนเคย น้ำตาก็ไหลออกมาจนเหือดแห้งหายไปหมดแล้ว
แต่ถึงแม้จะสูญเสียคนที่สำคัญ กับสิ่งที่สำคัญไปก็ตาม

「なんで僕だけ生きているの?
ひとりで、僕だけ、ここに立ってるの?」
それは生きるためでしょう
生きて、語り継ぐためでしょう
だから、生きて、生きて・・・
"nande boku dake ikite iru no?
hitori de, boku dake, koko ni tatteru no?"
sore wa ikiru tame deshou
ikite, katari tsugu tame deshou
dakara, ikite, ikite...
"ทำไมต้องเป็นฉันที่มีชีวิตรอด?
คนที่ยืนรอดอยู่มีเพียงแค่ผมเท่านั้นหรือ?"
นั้นก็เพื่อที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไปไม่ใช่หรือ
มีชีวิตต่อไป แล้วส่งเรื่องราวคำบอกเล่าต่อไป
เพราะฉะนั้น มีชีวิตอยู่ต่อไปเถอะนะ มีชีวิตอยู่ต่อไป
 
明日は、どうなるか分からないけれど
きっとまた朝はやってくるから
あなたのためにある明日だよ
逃げ出さないで、明日を信じて、
強く、ほら強く、
ashita wa, dou naruka wakaranai keredo
kitto mata asa wa yatte kuru kara
anata no tame ni aru mirai da yo
nigedasanaide, asu wo shinjite,
tsuyoku, hora tsuyoku,
ถึงวันพรุ่งนี้จะเป็นยังไงก็ไม่รู้ก็ตาม
ยังไงก็แล้ว รุ่งเช้าก็ต้องมาถึงอีกรอบ
เป็นวันพรุ่งนี้ (อนาคต) ที่มีไว้สำหรับเธอยังไงล่ะ
เพราะฉะนั้นอย่าหนีไปไหนเลยนะ เชื่อมันในวันพรุ่งนี้
อย่างเข้มแข็ง อย่างเข้มแข็ง

「生きて」
"ikite"
มีชีวิตอยู่ต่อไปเถอะนะ

Happy New Year 2011

posted on 01 Jan 2011 01:11 by dawnbringerz in MyLife
สุขสันต์วันปีใหม่ครับทุกๆ คน
ปีนี้ก็ต้องขอฝากเนื้อฝากตัวไปอีกปีนะครับ ^^
 
 
ปล. Report งาน Comiket 79 ไว้รออีกซักพักจะมาแปะนะครับ ^^