MyObsession

ชื่อของฉันคือ Tsubasa

posted on 07 Oct 2009 02:31 by dawnbringerz  in MyObsession

หมายเห็ด Entry นี้แอบ Spoil เล็กน้อย ถึงปานกลาง ไม่มาก แต่ถ้าจะให้ดีไปอ่านเรื่องนี้ให้จบก่อนดีกว่า

หมายเห็ด 2 เนื้อหาใน Entry นี้ ค่อนข้างจะสนองนี๊ด จขบ. อยู่มากพอสมควร ถ้าใครรู้ถึงรสนิยม จขบ. แล้ว พยายามไม่เลื่อนลงล่างสุดละกันนะครับ

 

 

ในที่สุดมันก็จบ !!!

Tsubasa Reservoir Chronicle

การ์ตูนสุดยาวของป้าๆ CLAMP
ที่ติดตามกันมาร่วม 4 ปีกว่า

(ที่จริงคนอื่นเค้าตามกันมา 5 ปี แต่ไอ้เบ็งมันเพิ่งมาเริ่มตามตอน Anime ออกเมื่อ 4 ปี ก่อน)

 

จากตอนแรก

 

มาจนถึงตอนสุดท้าย

 

ช่างเป็นการเดินทางที่ยาวนานจริงๆ

 

ชื่อจริงของฉันชื่อ "สึบาสะ"

 

เล่นมุกนี้เลยนะป้า....

 

ชะรอยว่าจะได้มีภาค 2 ต่อ

 

"เราต้องได้เจอกันอีกแน่ๆ"

 

OTL..... ภาคสอง
แล้วอย่างงี้อีกกี่ปีจะจบ "จริงๆ" เนี่ย

ไม่เป็นไร จะมีอีกกี่ตอนก็อ่านหมดแหละ

ขออย่าดองก็พอนะครับป้าๆ

 

อ้อ แล้วก็ขอป๋าคุโรเยอะๆ นะ

 

ไม่ต้องถึงขนาดชวนหัวใจ วาย แบบรูปเมื่อกี้ก็ได้นะครับ ขอซักแค่นี้ก็พอ

 

หรือจะโมเอะมาก็ไม่เกี่ยง

 

ขอป๋าเยอะๆ บทเด่นๆ

 

ไม่ใช่เป็นโคตรตัวประกอบอย่างสิบกว่าตอนสุดท้าย

 

นะครับป้าๆ

 

 

พอก่อนดีกว่า 555

เดี๋ยว Entry จะโหลดโหดเกินไปละ

ดูเรื่องนี้ไม่ได้หวัง Fanservice เลย เพราะแสดงออกเป็น het โจ่งแจ้งเกือบทั้งเรื่อง

 

แต่ว่า....

 

 

 

 

Ronove ค้าบ จะหล่อไปถึงไหน  

 

ที่สำคัญมันคุ้นๆ ด้วยใช่มั้ยล่ะ 

 

 

 

หน้าแกน่ะใกล้เกินไปแล้ว

   

 

คนพากย์ Ronove ก็คือคุณ Sugita Tomokazu คนพากย์เจ้าเกี๊ยวใน Haruhi นั่นเอง

ส่วนคนพากย์ Battler ก็คือคุณ Ono Daisuke คนพากย์อิสึกิจาก Haruhi เหมือนกัน

 

แต่คราวนี้คาแรคเตอร์ของสองคนนี้สลับกัน

ทางคุณ Sugita พากย์เป็น Ronove ที่นุ่มนวล แต่เจ้าเล่ห์ (และชอบเอาหน้าเข้ามาใกล้)

ส่วนคุณ Ono พากย์เป็น Battler ตัวเอก เลือดร้อน (และแอ๊บซึน) 

 

ถูกใจ Studio DEEN ที่เอามุกคนพากย์มาสลับแบบนี้จริงๆ

ยิ่งทำให้ชอบ Umineko เข้าไปใหญ่

 

 

อ้อใช่ พูดถึง Fanservice จะไม่พูดถึงอีกฝั่งไม่ได้สินะ

Ep นี้นอกจาก Fanservice เอาใจขาวายแล้ว

Fanservice สำหรับหนุ่มๆ ทั่วๆ ไป ก็เด็ดไม่แพ้กัน

 

 

 

กระเด้งมาเชียว 

 

คาน่อนคุงจะฟันที ทำไมฟันตื้นขนาดนั้นล่ะคร้าบ

จุดประสงแอบแฝงแหงมๆ 

 

ส่วนอันนี้ 

 

 

 

เกนจิซัง ท่าปลิดชีวิตเฟอร์นิเจอร์ เอามือวางที่ตำแน่งเยี่ยมมาก 

ตอนอ่านนิยายไม่จินตนาการเป็นแบบนี้นะ

แต่เห็นภาพแล้วก็.... 

 

 

ชักเสื่อมละ

พอก่อนดีกว่า entry นี้ ^^ 

My love wears forbidden colours

posted on 19 Sep 2009 18:53 by dawnbringerz  in MyObsession

หาอะไรมาอัพกัน blog เน่าหน่อย

วันก่อน (ที่จริงก็เป็นอาทิตย์ๆ ละ) ไปเข้า blog น้องแม่เหล็ก

แล้วเกิดติดเพลงที่น้องเค้าเอามาใส่ใน blog ครับ
(แต่ตอนนี้เค้าเปลี่ยนเอาเพลงนั้นออกไปแล้ว)

เพลงนั้นคือเพลง Merry Christmas Mr.Lawrence 

ซึ่งเป็นเพลงประกอบหนังใน ชื่อเรื่องเดียวกัน ครับ
(หนังเก่าโคตรๆ สมัยยุค 80s)

 

 

ความเพราะระดับ 6 ดาวเลยครับ
ทั้งดนตรี จังหวะ ทำนอง สุดยอดทุกอย่าง 

ตอนนั้นผมนั่งฟังเพลงนี้วน loop เป็นชั่วโมงๆ อยู่เหมือนกัน

 

นอกจากเพลงนั้นแล้วใน playlist นั้นยังมีอีกเพลงครับ คือ

Merry Christmas Mr. Lawrence - FYI

ซึ่งเป็นการที่ Utada Hikaru เอาเพลงข้างบนมาใส่เนื้อร้องเข้าไปใหม่ครับ 
เพราะสุดๆ ไม่แพ้กันเลย

 

 

I give you my heart
Hold on, let me sign it
Your senorita a.k.a. your best friend
Hereby, let it be known
Love like never before
I'm always at your service
You just have to holla at me

NYC NYC what what
Tokyo Tokyo what what
Send it up from the streets to the highest
To the highest high
Mp3 mp3 players
Work it out, work it out hustlers
Om Mani Padme Hum

*
You know I, I'm gonna be yours tonight
We're gonna... Ooh aah
FYI We're gonna be up all night
I'll see you later, call me
You know my number

Like Captain Picard
I'm chillin' and flossin'
It's seven o'clock
I issue a warning
That's right, we're stealing this show
Damn right, letting em know
We're sipping Chardonnay
From 2pm on a working day

Ching-a-ling Ching-a-ling what what
Ching-a-ling Ching-a-ling what what
Take me down to the fields where the grass is
Where the grass is lime
Mp3 mp3 players
Work it out, work it out hustlers
Om Mani Padme Hum

* repeat

See I don't need a free loader
No, I don't want a free loader
If you want a piece of this stuff
Got to give, got to give something

* repeat

* repeat  

 

เนื้อเพลงลื่นมาก ร้องตามได้สบายๆ เลย 

แต่พยายามไม่ดูความหมายของเพลงละกันนะครับ  

เนื้อเพลง ver ของ Utada ถ้าเทียบด้านเนื้อหา
กับ version ต้นฉบับแล้วคนละเรื่องกันเลย  

 

ซึ่งเพลงต้นฉบับ ver คนร้องนั้นมีชื่อว่า

Forbidden Colours ครับ 

 

 

The wounds on your hands never seem to heal
I thought all I needed was to believe

Here am i, a lifetime away from you
The blood of christ, or the beat of my heart
My love wears forbidden colours
My life believes

Senseless years thunder by
Millions are willing to give their lives for you
Does nothing live on?

Learning to cope with feelings aroused in me
My hands in the soil, buried inside of myself
My love wears forbidden colours
My life believes in you once again

I'll go walking in circles
While doubting the very ground beneath me
Trying to show unquestioning faith in everything
Here am I, a lifetime away from you
The blood of christ, or a change of heart

My love wears forbidden colours
My life believes
My love wears forbidden colours
My life believes in you once again 

 

เพราะโคตรๆ 

โฮกท่อน My love wears forbidden colours มากๆ

ประโยคมันโดนใจ 

ใครที่อ่าน entry เก่าๆ ใน blog ผมมาน่าจะพอเดาได้นะครับ
ว่า forbidden colour ของผมมันคือสีอะไร 

(ที่จริงอ่านเรื่องย่อหนังเรื่องข้างบนสุดก็น่าจะรู้แล้ว) 

 

พูดถึงเรื่องนั้น

ตอนนี้ผมเริ่มเบื่อผู้ชาย 3D แล้วยังไงก็ไม่รู้
เรื่องมาก เดาใจยากชะมัด

กลับไปชาบูผู้ชาย 2D ท่าจะดีกว่า

 

ว่าแล้วก็เอาภาพผู้ชาย 2D มาลงด้วยละกัน

 

 

 

Fanart ไทย x แมน จาก CUBIC School ครับ 
ผมไปขอ ภาพต้นฉบับ จากคุณแม่แมนมาตัดเส้นลงสี
อิท่าไหนไม่รู้กล้ามเด้งกว่าต้นฉบับเยอะเลย   

(อิท่าบ้ากล้ามไง ทำเป็นไม่รู้อีก) 

ฮะๆ นานๆ ทำแบบนี้ก็สนุกดีเหมือนกัน 

 

ช่วงนี้มีเรื่องเก็บกดอยู่หลายเรื่อง
ก็อาศัย internet นี่แหละเป็นที่ระบาย

 

เฮ้อ.....

ถ้าไม่ลำบากก็ไม่ใช่ชีวิตมนุษย์สินะ 

เมื่อไหร่จะถึงเวลาไปชีวิตหน้าซักทีเนี่ย...